วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

10 ข้อดีของ facebook fan page


           Facebook นั้นเป็น Social Network ให้คนมาปฎิสัมพันธ์กัน ไม่ใช่สังคมของการช้อปปิ้ง แล้วทำไมบริษัทของคุณจะต้องเสียเวลาและทรัพยากรบุคคลมาคอยดูแล Fan Page นี้ด้วยล่ะ (Fan Page คือ หน้าโปรไฟล์ของบริษัท) ถึงแม้ว่าสมาชิกที่มาเป็นแฟนบริษัทหรือธุรกิจของคุณจะไม่ได้มีความสนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาได้รับก็คือความรู้สึกเชื่อมโยงกับบริษัทในทางใดทางหนึ่ง อย่างน้อยก็เพราะพวกเขายอมรับว่าเป็น ‘แฟน’ ของคุณแล้วยังไงล่ะ
          10 ข้อดีของ facebook fan page ต่อธุรกิจ

          1.  ถือเป็นอีกช่องทางที่คุณสามารถโปโมทธุรกิจของคุณบนเว็ปไวด์
           การมี fanpage นั้นช่วยในการแบรยดิ้งธุรกิจของคุณไปในตัว ซึ่งคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาจจะมีคนอีกมากมายขนาดไหนที่อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณในอนาคต หรืออาจจะเป็นคนที่อยากร่วมงานกับคุณ นักลงทุน ไปจนถึงสื่อที่สนใจในธุรกิจของคุณ และไม่ต้องกลัวว่ามันจะยุ่งยากหรือดุได้เฉพาะคนที่มี Facebook เพราะ Fan Page นั้นเปิดให้ทุกๆคนสามารถเข้ามาอ่านหรือดูโปรไฟล์ธุรกิจของคุณได้โดยที่ไม่ต้องเป็นสมาชิก ซึ่งทำให้คนจำนวนมากที่ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถเข้ามาถึงข้อมูลของสินค้าหรือบริการที่คุณต้องการโปรโมตได้ 
         เคล็ดลับ: อัพเดทเนื้อหาจากเว็บไซต์หลักเข้า Fan Page ผ่าน RSS เพื่อเซฟเวลา แต่ระวังอย่าให้มีเนื้อหาที่ชี้ชวนหรือโฆษณาขายจนเกินไป
         2. ได้ยอดคนเข้าเว็ปไซด์มากขึ้น
             เพราะ Facebook ให้คุณสามารถใส่ลิงก์เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจของคุณได้ คราวนี้คนที่เข้ามาดูหน้า Fan Page ที่สนใจและอยากจะรู้เกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าและบริการของคุณมากขึ้นก็สามารถคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทคุณได้เลยทันที นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่ Facebook Widget ที่จะช่วยให้คนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณโดยตรงสามารถคลิกเข้าเยี่ยมและมาเป็นแฟนของบริษัทได้ในหน้า Fan Page ทำทั้ง 2 อย่าง เท่านี้ทั้งเว็บไซต์และ Fan Page ของคุณก็จะสามารถช่วยโปรโมตกันและกันได้แล้ว
            เคล็ดลับ: เปลี่ยนสถานะจากผู้ใช้ Facebook เป็นแฟนผลิตภัณฑ์และจากแฟนเป็นลูกค้า ผ่านการโปรโมตเว็บไซต์ผ่าน Fan Page และใส่ลิงก์ Fan Page ลงไปในหน้าเว็บไซต์ โดยการใช้ Widget
          3.  เพิ่มประสิทธิภาพการทำ CEO
              การที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทของคุณกระจายอยู่ในหลายๆเว็บไซต์นั้นจะยิ่งทำให้การค้นหาผ่าน search engine อย่าง Google นั้นเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้คนค้นเจอเว็บไซต์ของคุณได้มากขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Social Search บริการใหม่จาก Google ยังช่วยให้ผู้ค้นหาสามารถอ่านความเห็นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณได้ทันทีจากหน้าแสดงผลการค้นหา การลิงก์ Fan Page เข้ากับเว็บไซต์หลักจึงเป็นวิธีที่เปี่ยมประสิทธิภาพในการช่วยต่อยอดจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้อีกทางหนึ่ง
         4.  สร้างคอมมิวนิตีั้ผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและไม่ต้องเสียเงิน
              Fan Page ถือเป็นอีกทางเลือกในการทำให้กลุ่มลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นกับเว็บไซต์หลักของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้คุณยังสามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆลงในโปรไฟล์ Facebook เพื่อแชร์กับบรรดาแฟนๆของสินค้าหรือผลิตภันณฑ์ได้อีกด้วย ที่สำคัญคุณยังสามารถพูดคุยกับลูกค้า ถามคำถาม ความคิดเห็น ควาพึงพอใจ และอีกมากมาย ที่สามารถช่วยให้คุณพัฒนาหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการ จากไอเดียที่ได้จากผู้บริโภค
         5.  เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้้โดยตรง
              ถ้าสมาชิกคนนั้นมาเป็นแฟนของ Fan Page คุณแล้ว คุณก็สามารถส่งข้อความถึงพวกเขาเหล่านั้นได้โดยตรง ซึ่งคุณเองสามารถเลือกได้ว่าจะส่งให้ใครบ้าง เช่น หากคุณทำกิจกรรมในจังหวัดหนึ่ง คุณก็สามารถเลือกให้ส่งข้อความชวนให้เฉพาะแฟนที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆมาร่วมกิจกรรมชิงรางวัลกับสินค้าหรือบริการของคุณได้ และไม่่ใช่แค่พื้นที่เท่านั้น แต่อายุ หรือ เพศ ก็สามารถกำหนดได้เช่นกัน
         6.  เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
              การคุยกันหรือแสดงความเห็นเล็กๆน้อยๆนั้น สามารถทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าแกร่งขึ้น เพราะเป็นการโต้ตอบกันโดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้สึกว่าถูกบีบบังคับให้ซื้อสินค้า แต่เป็นการคุยกันแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งทำให้ทัศนคติของลูกค้าต่อแบรนด์นั้นๆดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นใน Facebook เลยก็ตาม แต่กว่า 90% ของผู้ใช้ Facebook นั้นมีความคาดหวังที่จะเห็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ตนเองใช้มีหน้า Fan Page
         7.  สร้างพื้นที่ให้กับผู้ที่ภักดีต่อแบรนด์ได้บอกต่อ
              แม้ผู้ใช้จำนวน 25% จะไม่ชอบการป่าวประกาศบอกคนอื่นๆว่าตนเองชอบหรือใช้ผลิตภัณฑ์ไหน แต่ผู้ใช้จำนวนที่เหลืออีกมากมายนั้นพร้อมที่จะแนะนำหรือแสดงความชื่นชมสินค้าหรือบริการที่ตนเองประทับใจ รวมถึงบอกต่อไปยังเพื่อนๆหรือคนรู้จักใน Facebook อีกด้วย
              ฉะนั้น การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าชั้นเยี่ยมแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะคนเหล่านี้จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับสินค้าโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างมาโฆษณาด้วยซ้ำ
เคล็ดลับ: การโพสต์ข่าวสารข้อมูลในหน้า Fan Page หรือการที่แฟนๆมีการโต้ตอบกับคุณ ก็จะปรากฏบนหน้าอัพเดทของทั้งคุณและแฟนของสินค้าคนนั้นๆด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้มีคนมาเป็นแฟนหน้า Fan Page มากขึ้นนั่นเอง
        8.  การรับฟังและจับตาดูพฤติกรรมจะช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ
             ในสังคมออนไลน์แบบ Facebook นั้น ลูกค้าและผู้บริโภคมักจะไม่ค่อยตั้งป้อมต่อต้านหรือแสดงอคติต่อการเข้าไปทำการตลาดแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงมีแน้วโน้มมากขึ้นที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ หรือประสบการณ์ทั้งที่ดีและไม่ดีต่อธุรกิจของคุณหรือของคู่แข่ง ซึ่งหากคุณให้ความสำคัญหรือใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ คุณก็จะได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆโดยปริยาย
           เคล็ดลับ: Fan Page นั้นมาพร้อมส่วนที่เป็นหน้าถาม-ตอบ อยู่แล้ว คุณสามารถใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์โดยการสนับสนุนให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เช่น ส่วนที่อยากให้ปรับปรุงในสินค้า เป็นต้น
          9.  มาพร้อมด้วยเครื่องมือวัดผลที่แม่นยำ
              ถ้าอยากรู้ว่า Fan Page ที่ทำไปได้ผลอย่างไรบ้าง Facebook ก็มีบริการ Page Insights ที่เป็นเครื่องมือรายงานและวัดสถิติ เช่น มีคนเข้ามาคอมเมนท์ หรือ โพสต์ มากน้อยขนาดไหน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับแฟนๆของหน้า Fan Page ว่าอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ภูมิลำเนาอยู่แถวไหน ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถทำการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องยิ่งขึ้น
             เคล็ดลับ: อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการสร้างสารที่เหมาะสม และส่งไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็น target group ของสินค้าหรือบริการ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการตลาดที่ตั้งไว้
          10.  ให้คุณไล่ตามคู่แข่งขันได้ทัน
                ถ้ายังคิดว่า Fan Page ไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจของคุณอยู่ล่ะก็ ลองมามองด้านการแข่งขันดูบ้าง อย่าลืมว่าถ้าคู่แข่งของคุณทำ Fan Page ที่มีแฟนๆมากมายและทำกิจกรรมต่างๆกับกลุ่มลูกค้า จนมีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่น และไม่เหลือที่ว่างให้กับธุรกิจของคุณ ทั้งๆที่คุณเองก็มีโอกาสเท่ากัน แบบนี้แล้วคุณจะมัวรออะไรอยู่อีก เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เพื่อความได้เปรียบในสังคมออนไลน์อันดับ 1 ของโลกกันเลย

ขอบคุณ ข้อมูลดี ๆ  จาก คมของการช้อปปิ้ง แล้วทำไมบริษัทของคุณจะต้องเสียเวลาและทรัพยากรบุคคลมาคอยดูแล Fan Page นี้ด้วยล่ะ (Fan Page คือ หน้าโปรไฟล์ของบริษัท) ถึงแม้ว่าสมาชิกที่มาเป็นแฟนบริษัทหรือธุรกิจของคุณจะไม่ได้มีความสนใจจะซื้อสินค้าหรือบริการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาได้รับก็คือความรู้สึกเชื่อมโยงกับบริษัทในทางใดทางหนึ่ง อย่างน้อยก็เพราะพวกเขายอมรับว่าเป็น ‘แฟน’ ของคุณแล้วยังไงล่ะ
          10 ข้อดีของ facebook fan page ต่อธุรกิจ

          1.  ถือเป็นอีกช่องทางที่คุณสามารถโปโมทธุรกิจของคุณบนเว็ปไวด์
           การมี fanpage นั้นช่วยในการแบรยดิ้งธุรกิจของคุณไปในตัว ซึ่งคุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอาจจะมีคนอีกมากมายขนาดไหนที่อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณในอนาคต หรืออาจจะเป็นคนที่อยากร่วมงานกับคุณ นักลงทุน ไปจนถึงสื่อที่สนใจในธุรกิจของคุณ และไม่ต้องกลัวว่ามันจะยุ่งยากหรือดุได้เฉพาะคนที่มี Facebook เพราะ Fan Page นั้นเปิดให้ทุกๆคนสามารถเข้ามาอ่านหรือดูโปรไฟล์ธุรกิจของคุณได้โดยที่ไม่ต้องเป็นสมาชิก ซึ่งทำให้คนจำนวนมากที่ใช้อินเตอร์เน็ตสามารถเข้ามาถึงข้อมูลของสินค้าหรือบริการที่คุณต้องการโปรโมตได้ 
         เคล็ดลับ: อัพเดทเนื้อหาจากเว็บไซต์หลักเข้า Fan Page ผ่าน RSS เพื่อเซฟเวลา แต่ระวังอย่าให้มีเนื้อหาที่ชี้ชวนหรือโฆษณาขายจนเกินไป
         2. ได้ยอดคนเข้าเว็ปไซด์มากขึ้น
             เพราะ Facebook ให้คุณสามารถใส่ลิงก์เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจของคุณได้ คราวนี้คนที่เข้ามาดูหน้า Fan Page ที่สนใจและอยากจะรู้เกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้าและบริการของคุณมากขึ้นก็สามารถคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทคุณได้เลยทันที นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่ Facebook Widget ที่จะช่วยให้คนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณโดยตรงสามารถคลิกเข้าเยี่ยมและมาเป็นแฟนของบริษัทได้ในหน้า Fan Page ทำทั้ง 2 อย่าง เท่านี้ทั้งเว็บไซต์และ Fan Page ของคุณก็จะสามารถช่วยโปรโมตกันและกันได้แล้ว
            เคล็ดลับ: เปลี่ยนสถานะจากผู้ใช้ Facebook เป็นแฟนผลิตภัณฑ์และจากแฟนเป็นลูกค้า ผ่านการโปรโมตเว็บไซต์ผ่าน Fan Page และใส่ลิงก์ Fan Page ลงไปในหน้าเว็บไซต์ โดยการใช้ Widget
          3.  เพิ่มประสิทธิภาพการทำ CEO
              การที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบริษัทของคุณกระจายอยู่ในหลายๆเว็บไซต์นั้นจะยิ่งทำให้การค้นหาผ่าน search engine อย่าง Google นั้นเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้คนค้นเจอเว็บไซต์ของคุณได้มากขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Social Search บริการใหม่จาก Google ยังช่วยให้ผู้ค้นหาสามารถอ่านความเห็นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณได้ทันทีจากหน้าแสดงผลการค้นหา การลิงก์ Fan Page เข้ากับเว็บไซต์หลักจึงเป็นวิธีที่เปี่ยมประสิทธิภาพในการช่วยต่อยอดจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้อีกทางหนึ่ง
         4.  สร้างคอมมิวนิตีั้ผู้บริโภคหรือกลุ่มลูกค้าได้ง่ายและไม่ต้องเสียเงิน
              Fan Page ถือเป็นอีกทางเลือกในการทำให้กลุ่มลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นกับเว็บไซต์หลักของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้คุณยังสามารถโพสต์ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆลงในโปรไฟล์ Facebook เพื่อแชร์กับบรรดาแฟนๆของสินค้าหรือผลิตภันณฑ์ได้อีกด้วย ที่สำคัญคุณยังสามารถพูดคุยกับลูกค้า ถามคำถาม ความคิดเห็น ควาพึงพอใจ และอีกมากมาย ที่สามารถช่วยให้คุณพัฒนาหรือต่อยอดผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการ จากไอเดียที่ได้จากผู้บริโภค
         5.  เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้้โดยตรง
              ถ้าสมาชิกคนนั้นมาเป็นแฟนของ Fan Page คุณแล้ว คุณก็สามารถส่งข้อความถึงพวกเขาเหล่านั้นได้โดยตรง ซึ่งคุณเองสามารถเลือกได้ว่าจะส่งให้ใครบ้าง เช่น หากคุณทำกิจกรรมในจังหวัดหนึ่ง คุณก็สามารถเลือกให้ส่งข้อความชวนให้เฉพาะแฟนที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆมาร่วมกิจกรรมชิงรางวัลกับสินค้าหรือบริการของคุณได้ และไม่่ใช่แค่พื้นที่เท่านั้น แต่อายุ หรือ เพศ ก็สามารถกำหนดได้เช่นกัน
         6.  เสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
              การคุยกันหรือแสดงความเห็นเล็กๆน้อยๆนั้น สามารถทำให้ความสัมพันธ์กับลูกค้าแกร่งขึ้น เพราะเป็นการโต้ตอบกันโดยที่ลูกค้าไม่ได้รู้สึกว่าถูกบีบบังคับให้ซื้อสินค้า แต่เป็นการคุยกันแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งทำให้ทัศนคติของลูกค้าต่อแบรนด์นั้นๆดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้นใน Facebook เลยก็ตาม แต่กว่า 90% ของผู้ใช้ Facebook นั้นมีความคาดหวังที่จะเห็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ตนเองใช้มีหน้า Fan Page
         7.  สร้างพื้นที่ให้กับผู้ที่ภักดีต่อแบรนด์ได้บอกต่อ
              แม้ผู้ใช้จำนวน 25% จะไม่ชอบการป่าวประกาศบอกคนอื่นๆว่าตนเองชอบหรือใช้ผลิตภัณฑ์ไหน แต่ผู้ใช้จำนวนที่เหลืออีกมากมายนั้นพร้อมที่จะแนะนำหรือแสดงความชื่นชมสินค้าหรือบริการที่ตนเองประทับใจ รวมถึงบอกต่อไปยังเพื่อนๆหรือคนรู้จักใน Facebook อีกด้วย
              ฉะนั้น การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าชั้นเยี่ยมแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะคนเหล่านี้จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับสินค้าโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินจ้างมาโฆษณาด้วยซ้ำ
เคล็ดลับ: การโพสต์ข่าวสารข้อมูลในหน้า Fan Page หรือการที่แฟนๆมีการโต้ตอบกับคุณ ก็จะปรากฏบนหน้าอัพเดทของทั้งคุณและแฟนของสินค้าคนนั้นๆด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้มีคนมาเป็นแฟนหน้า Fan Page มากขึ้นนั่นเอง
        8.  การรับฟังและจับตาดูพฤติกรรมจะช่วยพัฒนาธุรกิจของคุณ
             ในสังคมออนไลน์แบบ Facebook นั้น ลูกค้าและผู้บริโภคมักจะไม่ค่อยตั้งป้อมต่อต้านหรือแสดงอคติต่อการเข้าไปทำการตลาดแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงมีแน้วโน้มมากขึ้นที่จะออกความเห็นเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ หรือประสบการณ์ทั้งที่ดีและไม่ดีต่อธุรกิจของคุณหรือของคู่แข่ง ซึ่งหากคุณให้ความสำคัญหรือใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้ และสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ คุณก็จะได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นๆโดยปริยาย
           เคล็ดลับ: Fan Page นั้นมาพร้อมส่วนที่เป็นหน้าถาม-ตอบ อยู่แล้ว คุณสามารถใช้จุดนี้ให้เป็นประโยชน์โดยการสนับสนุนให้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ เช่น ส่วนที่อยากให้ปรับปรุงในสินค้า เป็นต้น
          9.  มาพร้อมด้วยเครื่องมือวัดผลที่แม่นยำ
              ถ้าอยากรู้ว่า Fan Page ที่ทำไปได้ผลอย่างไรบ้าง Facebook ก็มีบริการ Page Insights ที่เป็นเครื่องมือรายงานและวัดสถิติ เช่น มีคนเข้ามาคอมเมนท์ หรือ โพสต์ มากน้อยขนาดไหน รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับแฟนๆของหน้า Fan Page ว่าอายุเท่าไหร่ เพศอะไร ภูมิลำเนาอยู่แถวไหน ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถทำการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องยิ่งขึ้น
             เคล็ดลับ: อย่าลืมนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ในการสร้างสารที่เหมาะสม และส่งไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็น target group ของสินค้าหรือบริการ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายทางการตลาดที่ตั้งไว้
          10.  ให้คุณไล่ตามคู่แข่งขันได้ทัน
                ถ้ายังคิดว่า Fan Page ไม่จำเป็นสำหรับธุรกิจของคุณอยู่ล่ะก็ ลองมามองด้านการแข่งขันดูบ้าง อย่าลืมว่าถ้าคู่แข่งของคุณทำ Fan Page ที่มีแฟนๆมากมายและทำกิจกรรมต่างๆกับกลุ่มลูกค้า จนมีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่น และไม่เหลือที่ว่างให้กับธุรกิจของคุณ ทั้งๆที่คุณเองก็มีโอกาสเท่ากัน แบบนี้แล้วคุณจะมัวรออะไรอยู่อีก เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เพื่อความได้เปรียบในสังคมออนไลน์อันดับ 1 ของโลกกันเลย

ขอบคุณ ข้อมูลดี ๆ  จาก  http://incquity.com/


ฝากไว้หน่อยค่ะ


มีเวลาจะมาอ่านนะคะ

[Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)

  
 Share2
กำลังพูดคุยเกี่ยวกับเพจนี้ ตัววัดผลตัวใหม่ของ Facebook Page
การตลาดผ่าน  ในปัจจุบัน กำลังถูกนำมาปรับใช้ให้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการตลาดของนักการตลาดในหลายๆแบรนด์
และเมื่อมีการทำการตลาด สิ่งที่จะต้องตามมานั่นก็คือ การวัดผลว่าแผนที่เราทำไว้มันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค
สิ่งหนึ่งที่นักการตลาดมักจะนำมาเป็นตัววัดผลเสมอนั่นก็คือ จำนวน  หรือ จำนวนคนถูกใจ ใน  ของแบรนด์นั้นๆ
แต่เท่านั้นอาจจะยังไม่จบ เพราะจริงๆแล้วตัววัดผลที่สำคัญกว่า คือ การที่ลูกค้า หรือ Fan ใน Facebook Page ของเรา มีการมองเห็น การรับรู้ (Awareness), ปฏิสัมพันธ์กับ Page ของเรา และการส่งต่อ หรือ โอกาสในการกระจายของ Page เราในแต่ละโพส เพราะถ้ามีคน Like แต่ไม่เข้ามาดู หรือ เห็น ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรใช่ไหมครับ?
Facebook เล็งเห็นตรงนี้ครับ จึงได้เปิด เครื่องมือการวัดผลและดูรายงาน () และ ตัววัดผลรูปแบบใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น จำนวนคนที่กำลังพูดถึงเพจเรา (Are Talking about), Friends of Fan ที่พูดถึงจำนวนของเพื่อนทั้งหมดของ Fan ใน Page เรา หรือ แม้กระทั้ง Viral Reach หรือ จำนวนของสิ่งที่ Fan มีปฏิสัมพันธ์กับเราแล้วเพื่อนของเขาเห็น
วันนี้ตัวที่เราจะมาลงในรายละเอียดคือตัวนี้ครับ “Are Talking about this” หรือ “จำนวนคนที่กำลังพูดถึงเพจเรา” นั่นเอง

กำลังพูดคุยเกี่ยวกับเพจนี้ [Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)Are talking about this [Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)

“Are Talking about” หรือ “จำนวนคนที่กำลังพูดถึงเพจเรา” คือ จำนวนของคนใน 1 อาทิตย์ ที่มีการสร้างกิจกรรมกับเราในทางใดทางหนึ่งดังนี้ กด Like Facebook Page เรา, โพสที่ Facebook Page, ตอบ comment หรือ กด Like โพส ที่, ตอบ Questions หรือ โพล, กด Share โพสของเรา, Tag รูป หรือ ชื่อ Page เราในโพส หรือ RSVP (หรือตอบรับเข้าร่วม Event ของ Page เรา)


Facebook Page [Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)
ซึ่งนอกเหนือจากจำนวนที่เห็นอยู่ในหน้าแรกแล้ว ถ้าเราเป็นผู้ดูแล (Admin) Facebook Page นั้น จะมีอีกเมนูขึ้นมานั่นก็คือ Facebook Insights นั่นเอง ซึ่งใน Insights มีข้อมูลที่น่าสนใจมากมายครับ เอาแค่เฉพาะ Are talking about ก็จะมีกราฟนี้ให้เห็นอยู่ครับ
1. Demographic and Location หรือ ข้อมูลของผู้ที่กำลังพูดถึงเราอยู่ ว่าคนที่กำลังพูดถึงเป็นใครประเภทไหน ใช้ภาษาอะไรเป็นชายหรือหญิง
Who are talking about this [Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)
2. กราฟแบ่งตามเวลา ของ ผุ้ที่พูดถึง Page ของเราอยู่ หรือ Talking abou this โดยมีอีกตัววัดหนึ่งที่น่าสนใจก็คือViral Reach หรือ จำนวนที่จะมีคนเห็นของ Action ต่างๆที่เกิดขึ้นกับ Page ของเรา (เช่น ถ้ากด Like Facebook Page แล้วไปขึ้นใน Newsfeed ของเพื่อน แล้วเพื่อนเห็น ก็จะนับเป็น 1 Viral Reach)Talking about this chart [Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)
นอกจากนี้ ยังสามารถที่จะเลือกประเภทของโพสของ Facebook Page เราว่าจะดูข้อมูลของโพสแบบไหนได้ดังนี้ครับ
Facebook Page Post Type [Facebook Marketing] ก้าวข้ามจำนวน Like แล้วใส่ใจกับจำนวนคนคุยกับเรา (Are talking about)
  • All Stories: จำนวนของทุกเรื่องรวมกัน
  • Page Likes: จำนวนคน Like Facebook Page ของเรา
  • Stories from Your Posts: จำนวน Action ที่มาจากเรื่องที่เราโพส ​(เช่น กด Like หรือ Comment)
  • Mentions and Photo Tags: จำนวนการอ้างอิงถึง (ผ่าน Wall Post หรือการถูก Tag บนรูปภาพ
  • Posts by Others: จำนวนโพสที่คนอื่นๆ (แฟนๆของเราโพส)
เท่านี้เราก็สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพ หรือ วัดผลของ  Campaign หรือ Facebook Page ของเราได้มากขึ้นแล้วครับ

เรื่องที่คล้ายกัน:

สำหรับธุรกิจแล้วระหว่าง Facebook Page กับ Facebook Profile สร้างอะไรดีกว่ากัน?
[โดนสุดๆ] เกิดอะไรขึ้นเมื่อ Facebook เปลี่ยนหน้าตาใหม่
ครั้งแรกของโลกกับพลังงานมือถือจากแมลง!? The Bug Circus Generator
[สั้นๆ] กลยุทธ์สำหรับอนาคตที่ Microsoft มองไว้ Productivity Future Vision (2011)
ร่วมเชียร์ให้คนสนิทวิ่งไปให้ถึงเส้นชัยกับ ASICS: Support Your Marathoner
The World of Social Media, เข้าใจ Social Network ปัจจุบันใน 2.45 นาที