ใครคนที่ต้องทำงานอยู่หน้าเตาอาหารนานๆ คงสงสัยใช่มั้ยค่ะว่า ใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากความร้อนของเตาจะได้ผลหรือไม่ ไม่อย่างนั้นควรต้องทำอย่างไร วันนี้ มีหาคำตอบมาฝากค่ะ
ครีมกันแดดป้องกันความร้อนจากเตาได้ไหม
คำตอบคือ ไม่ได้ค่ะ เพราะเวลาอยู่กับเตาเราจะเจอรังสีความร้อนหน้าเตา ควัน ไอน้ำ แต่พออยู่กลางแดดสิ่งที่จะทำร้ายผิวเราคือ UVA และ UVB ซึ่งครีมกันแดดทั่วไปจะปกป้องผิวได้จากรังสี UV เท่านั้น เพียงแต่ถ้าคุณต้องออกเดินทางมาทำงานและยังต้องเจอกับแดด เราก็ยังแนะนำให้คุณทาครีมกันแดดอยู่ เพียงแต่ใช้แค่ไม่เกิน SPF 15 – 30 ก็พอค่ะ
จะปกป้อง-ฟื้นฟูผิวจากความร้อนหน้าเตาได้อย่างไร
ถึงจะใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันไม่ได้ แต่อาการของผิวที่ต้องสัมผัสกับความร้อนก็ยังคล้ายคลึงกันอยู่ เช่น ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน บวมแดง ดังนั้นวิธีการบำรุงฟื้นฟูก็จะไม่ต่างกันมากค่ะ ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้
- สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด ปกป้องผิวจากความร้อนให้มากที่สุด เช่น ใส่ปลอกแขนกันความร้อน ใส่หน้ากากหรือคลุมหน้าเอาไว้เพื่อป้องกันความร้อนและควัน (ถ้าไหว)
- ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น คอยซับใบหน้าอยู่บ่อยๆ เพื่อลดความเสี่ยงเกิดอาการบวมแดง และเป็นการคืนความชุ่มชื้นให้ผิว
- คอยจิบน้ำทุกครั้งเมื่อมีโอกาส *สำคัญมาก*
- หลังจากทำงานเสร็จแล้ว ใช้ว่านหางจระเข้ หรือน้ำผึ้ง มาร์สกหน้าบ่อยๆ สองอย่างนี้มีฤทธิ์ช่วยรักษาแผล จึงช่วยฟื้นฟูผิวด้านนอกที่เสียหายเพราะความร้อนได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อีกด้วย
- หากไม่สะดวกใช้ว่านหางจระเข้หรือน้ำผึ้ง จะใช้เป็นครีม aftersun ก็ได้ คุณสมบัติของครีมพวกนี้คือการฟื้นฟูผิวที่เสียหาย ในกรณีนี้สามารถนำมาใช้กับผิวที่โดนความร้อนได้เหมือนกันค่ะ ซึ่งส่วนมากก็จะมีสูตรว่านหางจระเข้กันอยู่แล้ว
- มาร์กสหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น สูตรแตงกวา ว่านหางจระเข้ หรือจะใช้เป็นมาร์กข้าวโอ๊ตผสมน้ำผึ้งทำเองก็ได้
- อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว หรือผลิตภัณฑ์ขัดผิวบ่อยเกินไป เพราะพวกนี้จะทำให้ผิวบางลง ทนทานต่อความร้อนได้ยากขึ้น และจะทำให้ผิวเสียหายอย่างถาวรมากขึ้น หากอยากใช้ก็ประมาณสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอค่ะ
- ผู้ที่ผิวแห้ง หยาบกร้านมาก ควรลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี retinoid, Salicylic acid หรือโทนเนอร์กำจัดสิว คือใช้ได้ แต่อย่าใช้เป็นประจำทุกวันเพราะสารพวกนี้จะทำให้ผิวแห้งได้ง่าย
- ทานอาหาร ผักผลไม้ที่มีแอนตี้ออกซิแดนท์สูง โดยเฉพาะวิตามิน C เพื่อต่อสู้กับความหมองคล้ำและริ้วรอย
- ใช้ครีมบำรุงผิวก่อนนอนที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และเน้นเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ครีมวิตามิน E วิตามิน C
- พยายามนอนพักผ่อนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนอนในช่วงเวลา 3 – 4 ทุ่มจะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่กลไกฟื้นฟูของร่ายกายจะทำงานได้ดีที่สุด ผิวพรรณจะสดใสฟื้นตัวได้ง่ายขึ้น และมีแรงทำงานในวันถัดไปมากขึ้นด้วย
การจะปกป้องผิวจากความร้อนให้ได้ผลนั้น หัวใจหลักก็คือการชดเชยความชุ่มชื้น และชดเชยน้ำที่เสียไปกับความร้อนให้กับผิวนะคะ นอกจากนั้น การทานอาหารที่มีประโยชน์และการพักผ่อนให้เพียงพอก็มีความสำคัญมากไม่แพ้กัน อยากให้จำสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ขึ้นใจค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : เภสัชกรหญิงพรพรรณ นิติภานนท์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น