ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระองค์ได้ทรงปฏิรูประบบการบริหารราชการแผ่นดินของไทยให้ทันสมัย
เช่นเดียวกันกับนานาอารยประเทศ
โดยจัดให้มีการปกครองส่วนท้องถิ่นขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในรูปแบบ
สุขาภิบาล ที่ สุขาภิบาลตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2441
เมื่อประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบ
ประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. 2475 แล้ว
ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินแห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. 2476 กำหนดให้เทศบาลเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น จึงได้มีประกาศใช้พระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ.2476 เมื่อวันที่ 24 เมษายน
ต่อมาได้มีประกาศกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลในพื้นที่
ซึ่งเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด ครอบคลุมทั่วประเทศ
แล้วค่อยขยายไปยังพื้นที่อำเภออื่นๆ ที่มีประชากรหนาแน่นตามหลักเกณฑ์
ก่อนวันที่ 25 พฤษภาคม 2542 มีเทศบาลทั้งสิ้น 149 แห่ง
หลังการประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 2540
กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอด
คล้องกับบทบัญญัติกฎหมายอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในส่วนที่มีความสำคัญอย่าง
ยิ่งคือ
การที่รัฐบาีลมีนโยบายที่จะพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบสุขาภิบาล
ซึ่งมีโครงสร้างการบริหารงานที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญให้เปลี่ยนแปลงฐานะ
ไปเป็นเทศบาลตำบล ทั้ง 980 แห่งทั่วประเทศ มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 25
พฤษภาคม 2542 ทำให้เทศบาลทั่วประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิม 149 แห่ง เป็น 1,129
แห่ง และเป็น 1,157 แห่ง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2549 จำแนกเป็น เทศบาลนคร 22
แห่ง เทศบาลเมือง 117 แห่ง เทศบาลตำบล 1,018 แห่ง
คาดว่าจำนวนของเทศบาลจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี
พัฒนาการของเทศบาลเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย
วันนี้นายกเทศมนตรีเกือบทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
การบริหารงานแบ่งหน้าที่ระหว่างสภาเทศบาลกับฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน
พนักงานเทศบาลในปัจจุบันมีความมั่นคงและก้าวหน้าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าข้า
ราชการพลเรือนอื่นๆ คำว่า พนักงาน
โดยเนื้อแท้ไม่ได้เป็นปัจจัยให้สถานะของความเป็นข้าราชการด้อยลง
แต่กลับเป็นแรงผลักดันให้คนเทศบาลแสดงศักยภาพ
และทุ่มเทพลังในการปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วง
เกิดประโยชน์แก่ประชาชนตามนโยบายของผู้บริหารทุกระดับ
และเป็นไปตามแนวทางแห่งธรรมาภิบาล หรือการบริหารจัดการที่ดี
เทศบาลต้องจัดบริการสาธารณะอย่างเต็มความสามารถทุกด้าน
เรียกว่าเขตเทศบาลต้องน้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ นำสู่คุณภาพชีวิติที่ดี
ด้วยบทบาทหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
เชิงบริการของเทศบาลก่อเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง
กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2532 กำหนดให้ วันที่ 24 เมษายนของทุกปีเป็นวันเทศบาล
นับตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นไป วันเทศบาล
จึงมีความหมายต่อคนเทศบาลที่จะต้องพัฒนาตน พัฒนางาน
และก้าวต่อไปอย่างมุ่งมั่นเคียงข้างการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ว่าร่วมคิด
ร่วมทำ หรือร่วมตรวจสอบ
เพื่อให้บรรลุปรัชญาแห่งรากฐานประชาธิปไตยของเทศบาลคือ เป็นของประชาชน
โดยประชาชน และเพื่อประชาชน
|
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น